ลิเวอร์พูลแข่งกับแมนยู

ลิเวอร์พูลแข่งกับแมนยู
ลิเวอร์พูลแข่งกับแมนยู

ลิเวอร์พูลแข่งกับแมนยู

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 ศึกแดงเดือด ลิเวอร์พูลแข่งกับแมนยู คู่ปรับตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ความพร้อม-สภาพทีม 

ลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” หมดสิทธิใช้งาน นาบี้ เกต้า ห้องเครื่องชาวกิเนียน ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน เช่นเดียวกับ เดยัน ลอฟเรน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟโครแอต ส่วนในรายของ เจมส์ มิลเนอร์ แข้งอเนกประสงค์จอมเก๋า ที่เจ็บต้นขามาจากเกมชนะ เอฟเวอร์ตัน ยังต้องรอทดสอบความฟิต แต่ข่าวดี คือ ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์ตัวรับบราซิเลียน กับ โจเอล มาติป แนวรับแคเมอรูเนียน สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว ทว่าคงเร็วเกินไปที่จะลงสนามในเกมนี้ 

แมนฯ ยูไนเต็ด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือ “ปิศาจแดง” ยังต้องลุ้นกันแบบนาทีต่อนาทีว่าหัวหอกตัวเก่งอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด จะลงสนามได้หรือไม่ หลังได้รับบาดเจ็บมาจากเกมชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในศึกเอฟเอ คัพ กลางสัปดาห์ ส่วนในรายของ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวหลักหนึ่งเดียว มีอาการบาดเจ็บรบกวน เช่นเดียวกับ ปอล ป๊อกบา เพลย์เมคเกอร์ฝรั่งเศส, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ห้องเครื่องเลือดสกอตต์, มาร์กอส โรโฮ แนวรับอาร์เจนไตน์ และ อาเซล ตวนเซเบ้ ดาวรุ่งเบลเยียม

ทรรศนะวิเคราะห์บอล - ลิเวอร์พูลแข่งกับแมนยู

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล vs แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : แอนฟิลด์

คิกออฟ : 23.30 น.

ราคาบอล : ลิเวอร์พูล ต่อ ลูกควบลูกครึ่ง บวก 10

ผลงานที่เคยพบกัน 5 นัดหลังสุด

20.10.19 แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ลิเวอร์พูล

24.02.19 แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 ลิเวอร์พูล

16.12.18 ลิเวอร์พูล 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด

29.07.18 แมนฯ ยูไนเต็ด 1-4 ลิเวอร์พูล

10.03.18 แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

สถิติเกมล่าสุดของ ลิเวอร์พูล

12.01.20 ชนะ สเปอร์ส 1-0 (เยือน)

05.01.20 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 (เหย้า)

03.01.20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 (เหย้า)

29.12.19 ชนะ วูล์ฟส์ 1-0 (เหย้า)

27.12.19 ชนะ เลสเตอร์ 4-0 (เยือน)

ผลงานในบ้าน 5 นัดหลังสุด

05.01.20 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0

03.01.20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0

29.12.19 ชนะ วูล์ฟส์ 1-0

14.12.19 ชนะ วัตฟอร์ด 2-0

05.12.19 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 5-0

สถิติเกมล่าสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด

16.01.20 ชนะ วูล์ฟส์ 1-0 (เหย้า)

11.01.20 ชนะ นอริช 4-0 (เหย้า)

08.01.20 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-3 (เหย้า)

05.01.20 เสมอ วูล์ฟส์ 0-0 (เยือน)

02.01.20 แพ้ อาร์เซนอล 0-2 (เยือน)

ผลงานนอกบ้าน 5 นัดหลังสุด

05.01.20 เสมอ วูล์ฟส์ 0-0

02.01.20 แพ้ อาร์เซนอล 0-2

29.12.19 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-0

22.12.19 แพ้ วัตฟอร์ด 0-2

08.12.19 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1

วิเคราะห์รูปเกม ลิเวอร์พูลแข่งกับแมนยู

ขึ้นชื่อว่า “แดงเดือด” ไม่มีใครยอมใครอยู่แล้ว เห็นได้จากสถิติ H2H ที่สกอร์ค่อนข้างสูส๊กันเสียเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บของ มาร์คัส แรชฟอร์ด น่าจะส่งผลกระทบต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่น้อย เพราะนี่คือนักเตะที่รับบท “เดอะ แบก” ของจริง ไม่นับรวมแดนกลางที่ไร้เงา สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ซึ่งไล่บดไล่บี้ได้ดี รวมไปถึงแบ็กซ้ายอย่าง แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ที่ไร้ประสบการณ์ มองเหลี่ยมไหนมุมไหน “ปิศาจแดง” ก็ไม่น่าจะต้านทาน “หงส์แดง” ไหว เมื่อพิจารณาจากแนวรุก ซาลาห์, ฟีร์เมียโน่, มาเน่ ที่ผลัดกันยิงต่อเนื่อง และ ฟาน ไดจ์ค กับผองเพื่อนแนวรับ ที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูให้ใครมา 5 เกมติด นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่อัตราต่อรองจะพุ่งสูงถึง ลูกควบลูกครึ่ง และมีแนวโน้มจะขยับไปที่ ลูกครึ่ง ด้วย จากการพิจารณาภาพรวมทั้งหมดที่กล่าวมา มีโอกาสสูงเหลือเกินที่สาวก “หงส์แดง” จะสานต่อสถิติไร้พ่ายต่อไป พร้อมเก็บ 3 คะแนน ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ไปอีกก้าว

ผลการแข่งขันที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ 3-0

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสสัน เบ็คเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลาน่า ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่, ซาดิโอ มาเน่ 

ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เกอา ; อารอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, แบรนดอน วิลเลียมส์ ; เนมันย่า มาติช, เฟร็ด ; แดเนียล เจมส์, อันเดรส เปเรร่า, เจสซี่ ลินการ์ด ; อ็องโตนี่ มาร์ซิยัล

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

นักเตะที่น่าจับตามอง

ลิเวอร์พูล : โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่

ในช่วงเวลาที่ ซาดิโอ มาเน่ หรือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โดนล้อมหน้าล้อมหลังจนแผลงฤทธิ์ไม่ออก หัวหอกทีมชาติบราซิล ก้าวมาเป็นภาระสำคัญในแดนหน้า และดูเหมือนจะพัฒนามากขึ้นในทุกเกม โดยเฉพาะการยิงประตูที่อันตรายทุกจังหวะยามง้างเท้า แต่ก็ไม่ลืมที่จะสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมอย่างเคยด้วย ซึ่งหาก ลิเวอร์พูล หวังได้ 3 คะแนน ในเกมนี้ ก็ต้องเอาใจช่วยให้ ฟีร์เมียโน่ เล่นได้เหมือนที่เคย

แมนฯ ยูไนเต็ด : แฮร์รี่ แม็คไกวร์

แม้จะมีเสียงติฉินนินทาว่าค่าตัว 75 ล้านปอนด์ นั้นแพงเกินความเป็นจริง แต่อย่างน้อยการเข้ามาของ แม็คไกวร์ ก็ช่วยยกระดับแนวรับของแมนฯ ยูไนเต็ด ให้เหนียวแน่นกว่าซีซั่นก่อน ทั้งเกมภาคพื้นดินและกลางอากาศ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมิติในเกมบุกด้วย ดังนั้น หากหวังว่าจะมีใครสักคนที่ช่วยให้ “ปิศาจแดง” ได้ 3 คะแนน ในเกมนี้ ก็คงต้องลุ้นให้ แม็คไกวร์ ท็อปฟอร์มแบบสุด ๆ ที่แอนฟิลด์ เดิมพันกีฬา ทีเด็ดบอลต้อง lok55.com กับ sport-maxwin99.com